Archive for » September, 2009 «

การดูแลรักษาสุขภาพของน้องหมา พันธุ์แจ็ค รัสเซลล์ เทอร์เรียร์ ตอนที่2

3.การกำจัดพยาธิภายในร่างกายน้องหมา

พยาธิภายในร่างกายของน้องหมา  ได้แก่ พยาธิตัวกลมและตัวแบนต่างๆในลำไส้  ที่ออกมาพร้อมอุจจาระของน้องหมาในเวลาขับถ่าย   การที่น้องหมาพันธุ์นี้ค่อนข้างซนและชอบขุดดิน  จึงมีโอกาสได้รับไข่พยาธิจากดิน  สิ่งแวดล้อม  และอาหารที่ไม่ถูกสุขลักษณะต่างๆได้ง่าย  ถ้ามีพยาธิในปริมาณน้อยก็อาจไม่สร้างปัญหาใดๆให้เห็นได้ชัด  แต่ถ้ามีในปริมาณที่มาก  อาจทำให้น้องหมาขาดสารอาหาร  ลำไส้ผิดปกติ  และมีอาการท้องเสียได้  การถ่ายพยาธิภายในจึงจำเป็นที่จะต้องทำอย่างสม่ำเสมอทุกๆ 3- 6 เดือน พยาธิภายในร่างกายอีกอย่างหนึ่งที่สำคัญก็คือ  พยาธิหนอนหัวใจ  ซึ่งน้องหมาได้รับผ่านทางยุง  โดยตัวอ่อนของพยาธิหนอนหัวใจจะเข้าสู่ร่างกายน้องหมาที่ถูกยุงกัด  ล่องลอยไปในกระแสเลือดทั่วร่างกาย  และเมื่อโตขึ้นก็จะไปอาศัยอยู่ในหัวใจ  เกิดการอุดตันของเส้นเลือดและทำให้เกิดปัญหาโรคหัวใจตามมา  จึงจำเป็นต้องป้องกันอย่างสม่ำเสมอโดย การกิน  ฉีดยา  หรือหยอดยาเพื่อฆ่าตัวอ่อนไม่ให้สามารถเจริญเติบโตไปเป็นตัวเต็มวัยได้

4.อาหาร

เนื่องจากน้องหมาพันธุ์นี้จะออกแนวซุกซน ไฮเปอร์  และชอบการออกกำลังกาย  จึงควรได้กินอาหารเช้าก่อนที่จะปล่อยออกไปวิ่งเล่นเพื่อป้องกันการเกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ  ปริมาณอาหารที่จะต้องให้น้องหมากินนั้นแตกต่างไปตามอายุน้องหมา  การออกกำลังกาย  ในน้องหมาบางรายที่ให้อาหารสำเร็จรูปซึ่งมีการคำนวณปริมาณสารอาหารที่เป็นส่วนประกอบมาแล้วส่วนใหญ่จะแนะนำให้ปรับปริมาณให้เหมาะสมตามที่ระบุไว้ข้างถุงอาหาร  ส่วนน้องหมาที่กินอาหารของคนหรืออาหารที่เจ้าของปรุงรสเองมีแนวโน้มที่จะอ้วนได้ง่าย  จึงควรควบคุณปริมาณอาหารและจำนวนมือให้เหมาะสมกับน้องหมาแต่ละตัว  โดยควรมีการสับเปลี่ยนหมุนเวียนวัตถุดิบที่นำมาใช้ปรุงอาหารเพื่อให้น้องหมาได้รับสารอาหารเพียงพอและหลากหลาย  โดยทั่วไปแล้วน้องหมาพันธุ์นี้ควรมีน้ำหนัก 6-10 กิโลกรัมน้องหมาที่รูปร่างกำลังดีจะต้องมีกล้ามเนื้อ  เห็นเอวคอด  และสามารถลูบสัมผัสโดนซี่โครงได้ ควรหลีกเลี่ยงการให้น้องหมากัดแทะกระดูกที่มีลักษณะแข็ง แหลมคม เช่นกระดูกไก่ เพราะอาจแตกออกเป็นชิ้นเล็กๆ ทำให้ติดคอหรือบาดผนังลำไส้  และน้องหมาบางตัวที่กินกระดูกเข้าไปปริมาณที่มากอาจเกิดภาวะท้องผูกได้ด้วย  นอกจากนี้ไม่ควรเสริมอาหารพวกวิตามินให้แก่น้องหมามากจนเกินไป  ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบไหน  เพราะอาจทำให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับตับและไต  การให้อาหารที่เหมาะสนนอกจากจะทำให้น้องหมามีสุขภาพดี  แข็งแรงแล้วยังช่วยให้เจ้าของประหยัดทั้งค่าอาหาร  และค่ารักษาพยาบาล  เพราะปัญหาสุขภาพหลายอย่างมีต้นเหตุมาจากการกินอาหารที่ไม่เหมาะสม

เครดิต:หนังสือDogazine

การดูแลรักษาสุขภาพของน้องหมา พันธุ์แจ็ค รัสเซลล์ เทอร์เรียร์ ตอนแรก

เนื่องจากน้องหมา พันธุ์แจ็ค รัสเซลล์ เทอร์เรียร์ ไม่ได้มีแนวโน้มที่จะเกิดปัญหาสุขภาพอะไรมากมายจนต้องดูแลเป็นพิเศษกว่าพันธุ์อื่น  แถมยังเป็นน้องหมาขนสั้น  ดูแลง่าย  ความท้าทายในการเลี้ยงดูก็เลยน่าจะอยู่ที่การฝึกฝนให้น้องหมาทำตามคำสั่งเสียมากกว่า การดูแลน้องหมาพันธุ์นี้  จึงเป็นการดูแลเช่นเดียวกับน้องหมาสายพันธุ์ทั่วๆไปได้แก่

1.การตรวจสุขภาพและฉีดวัคซีนป้องกันโรค

เมื่อนำน้องหมามาเลี้ยงได้ซักพักควรพาน้องหมาไปตรวจสุขภาพกับสัตว์แพทย์ใกล้บ้านท่าน  เพื่อดูว่าน้องหมามีกาการป่วยใดๆที่จะต้องได้รับการรักษาหรือไม่  หากน้องหมาแข็งแรงดี คุณหมอก็มักจะแนะนำให้ฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันโรคหลังจากที่ท่านได้เลี้ยงเพื่อดูอาการมาแล้วประมาณ 1สัปดาห์  โดยวัคซีนจะช่วยป้องกันโรคหลักๆ ในสุนัขได้แก่ โรคไข้หัดสุนัข  ไวรัสตับอักเสบ  ลำไส้อักเสบ  หลอดลมอักเสบ  ฉี่หนู  และพิษสุนัขบ้า  ซึ่งจะต้องมีการฉีดกระตุ้นภูมิคุ้มกันทุกๆปี  และแม้ว่าน้องหมาของท่านจะแข็งแรง  สุขภาพดี  ก็ควรพาไปตรวจสุขภาพอย่างน้อยปีละครั้ง  โดยเฉพาะน้องหมาที่มีอายุ  6  ปีขึ้นไป  ซึ้งเริ่มจัดเข้าสู่กลุ่มหมาสูงอายุ  อาจต้องตรวจสุขภาพอื่นๆร่วมด้วย  เช่น การตรวจเลือดเพื่อดูการทำงานของตับ  ไต  และการตรวจหัวใจ  เป็นต้น

2.การกำจัดเห็บหมัด

เห็บหมัดนอกจากจะทำให้น้องหมามีอาการคัน และเกิดภาวะโลหิตจางแล้ว ยังสามารถนำเชื้อโรคต่างๆมาสู่น้องหมาได้  เช่น  เห็บเป็นพาหะของพยาธิเม็ดเลือด  หมัดเป็นพาหะของพยาธิในลำไส้  นอกจากนี้น้องหมาบางตัวก็ยังมีอาการคัน  ขนร่วง  จากการแพ้น้ำลายหมัดอีกด้วย  การกำจัดเห็บหมัดมีทั้งดึงออก  การใช้ยาหยอดหลัง  ยาฉีด  และแบบแชมพู  ให้เจ้าของน้องหมาสามารถเลือกใช้ได้ตามความสะดวกของเจ้าของน้องหมา  แต่ก็ควรทำอย่างต่อเนื่องไม่ใช่ทำแค่ในช่วงที่น้องหมามีเห็บหมัดมาก  และควรกำจัดเห็บในสิ่งแวดล้อมบริเวณตัวบ้านและรอบตัวบ้านไปพร้อมกันด้วย

เครดิต:หนังสือDogazine

สัตว์เลี้ยงเป็นโรคอ้วนได้จริงเหรอ ตอนจบ

หายไปวันหนึ่งคงคิดถึงกันแย่เลยครับ  งั้นวันนี้เรามาต่อเรื่องโรคอ้วนในสัตว์เลี้ยงตอนจบกันเลยครับ

สัตว์เลี้ยงของเราอ้วนเกินไปหรือเปล่า

เราสามารถตรวจสอบได้โดยการใช้นิ้วหัวแม่ลูบไปมาบริเวณกลางหลัง ใช้นิ้วชี้จับซี่โครง  ถ้าเราจับซี่โครงได้ง่าย ผ่านชั้นกล้ามเนื้อบาง แสดงว่าปกติ แต่ถ้าจับซี่โครงได้โดยลำบาก มีชั้นไขมันหนา  แสดงว่าสัตว์เลี้ยงของท่านมีน้ำหนักเพิ่มมากขึ้น  หากไม่สามารถจับกระดูกซี่โครงบริเวณดังกล่าวได้เลย  นั่นแสดงว่าสัตว์เลี้ยงของท่านอ้วนมาก  ก็จะมีผลทำให้เกิดโรคอ้วนได้

สาเหตุที่ทำให้สัตว์เลี้ยงเริ่มอ้วน

อาจเกิดจากหลายๆสาเหตุ  เช่น พฤติกรรมการให้อาหาร  เจ้าของให้อาหารปรุงเอง  เศษอาหาร  หรืออาหารอื่นๆในปริมาณมากเกินไป  สัตว์เลี้ยงกินเยอะมาก ทั้งนี้เกิดจากอาหารสำเร็จรูปส่วนใหญ่มักมีแร่ธาตุ  ไขมันมาก  เพื่อปรุงรสให้อร่อยมากยิ่งขึ้นและสารอาหารดังกล่าวก็ทำให้เกิดไขมันสะสมในร่างกาย  นอกจากนี้สัตว์เลี้ยงที่มีอายุมากจะมีนิสัยขี้เซา  ชอบนอน  ก็จะทำให้ความกระตือรือร้นและออกกำลังกายลดน้อยลงทำให้ไม่ได้เผาผลาญพลังงาน  โดยเฉพาะสัตว์ที่เป็นหมัน  บางครั้งโรคอ้วนนั้นเกิดจากความผิดปรกติของฮอร์โมน  อาทิ  ไทรอยด์  ก็มักทำให้อ้วนได้ง่ายขึ้น  เราสามารถจัดการกับความอ้วนได้ด้วยการควบคุม  ดูแลเอาใจใส่ในเรื่องการกินอาหารของสัตว์เลี้ยงโดยการให้สัตว์เลี้ยงกินอาหารจำพวกพลังงาน  ไขมันลดลง  กินกากใยอาหารมากขึ้นให้สัตว์อยู่นอกบ้านขณะปรุงอาหารหรือขณะที่เรากำลังรับประทานอาหาร  ห้ามหยิบยื่นอาหารให้สัตว์เลี้ยง  ให้สัตว์เลี้ยงได้ออกกำลังกายบ่อยๆ  เช็คข้อมูลน้ำหนัก  เพื่อดูผลการจัดการ  และกินอาหารควบคุมน้ำหนักตามคำแนะนำของสัตว์แพทย์

เครดิต:หนังสือDogazine