Archive for » October, 2009 «

น้องหมาเป็นขี้เรื้อน ติดถึงคนได้หรือเปล่านะ ตอนจบ

สวัสดีค่ะวันนี้มาติดตามเกี่ยวกับโรคขี้เรื้อนกันต่อเลยนะค่ะ

ขี้เรื้อนจริงหรือเปล่า

อย่างที่เคยพูดไว้เสมอนะคะ ว่าอาการ หรือร่องรอยอย่างเดียวกันที่เราเห็นนั้น อาจจะไม่ใช่โรค หรือเกิดจากสาเหตุเดียวกันเสมอไป ดังนั้นก็ต้องให้หมอตรวจวินิจฉัยก่อนค่ะ วิธีการตรวจนั้นก็มีตั้งแต่การขูดตรวจผิวหนัง ตรวจจากอุจจาระ หรือการตอบสนองต่อการรักษาทางยา ซึ่งเป็นวิธีวินิจฉัยที่นิยมปฏิบัติกันมาก เนื่องจากวิธีการตรวจต่างๆ นั้นไม่ได้ให้ความแม่นยำถึงร้อยเปอร์เซ็นต์ หมายความว่า เขาอาจจะเป็นขี้เรื้อนซึ่งเกิดจากไรชนิดนี้จริง แต่ตรวจไม่พบนั่นเองค่ะ ถ้ารักษาแล้วดีขึ้น ก็สรุปว่าเป็นโรคผิวหนังชนิดนี้จริง ถ้าไม่ดีขึ้นก็จะได้ตรวจหาสาเหตุที่น่าจะเป็นไปได้อย่างอื่นต่อไป

การเยียวยา

สุดท้ายวิธีการรักษานั้นก็มีตั้งแต่การใช้ยาฉีด หรือยากิน ซึ่งเป็นวิธีการรักษาที่นิยมกันมากที่สุด และให้ผลการรักษาเป็นที่น่าพอใจ โดยจะรักษาทุก 1-2 อาทิตย์ ทั้งหมด 2-4 ครั้ง นอกจากนี้ยังมียาสำหรับนำไปชุบเช็ดตัว ใช้แชมพูอาบน้ำ ซึ่งแชมพูยาบางชนิดใช้ร่วมกับการให้ยา ซึ่งมีฤทธิ์ในการฆ่าไร  ก็จะช่วยให้หายเร็วยิ่งขึ้น ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์ที่ทำออกมาในรูปแบบของยาหยดหลัง ซึ่งก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่สะดวกดีเหมือนกันค่ะ

น้องหมาบางตัวที่มีภาวะผิวหนังอักเสบแบบมีหนองร่วมด้วย ก็จำเป็นต้องให้ยาปฏิชีวนะ เพื่อรักษาอาการติดเชื้อประมาณ 3 สัปดาห์ติดต่อกัน ส่วนอาการคันที่ดุเดือดนั้นหมอก็จะให้ยาแก้คันร่วมด้วยค่ะ

การป้องกัน

อย่างที่ได้กล่าวไปแล้วนะค่ะว่า เขาติดมาได้อย่างไร ดังนั้นเราก็จะทราบได้โดยปริยายค่ะว่าจะป้องกันอย่างไร แต่มันไม่ง่ายเหมือนที่พูดนะค่ะ โดยเฉพาะน้องหมาขาโจ๋ทั้งหลาย ที่มีหน้าที่หลักคือ ตระเวนเที่ยว เที่ยว และเที่ยว จะเห็นหน้าได้แต่ละทีก็ต้องรอเวลากินข้าวถึงจะกลับมา แต่เราต้องไม่ลืมค่ะว่าการที่เขาออกไปเที่ยวนั้น โอกาสที่จะได้ของฝากกลับมาไม่ใช่โรคขี้เรื้อนนะค่ะ เห็บหมัดเอย โรคติดเชื้อต่างๆ อีกมากมาย

เพราะปัญหาที่สำคัญอย่างหนึ่งคือบ้านเรายังไม่สามารถแก้ปัญหาเรื่อง น้องหมาจรจัดได้อย่างเด็ดขาด เจ้าน้องหมาไม่มีค่าย ไม่มีสังกัดเหล่านี้แหละค่ะ ที่เป็นแหล่งแพร่กระจายของโรคที่สำคัญ ถ้าเราไม่สะดวกใจที่จะกันไม่ให้เขาออกไปเที่ยวเล่นนอกบ้าน เพราะรู้สึกว่าตัวเองกำลังกักขังน้องหมา ก็ต้องเสริมเกราะป้องกันให้แก่น้องหมา ค่ะ เพราะที่ว่านี้ก็ได้แค่ป้องกันฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อต่างๆ ให้ครบถ้วนและสม่ำเสมอ ถ่ายพยาธิเป็นประจำ ใช้ยาป้องกันเห็บหมัด พยาธิหัวใจที่มีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง

และการดูแลสุขอนามัยส่วนตัวของน้องหมาคือ อาบน้ำ เช็ดหู อาทิตย์ละครั้ง ทำได้อย่างนี้ก็จะช่วยลดปัญหาที่จะตามมาได้ระดับหนึ่งค่ะ

น้องหมาเป็นขี้เรื้อน ติดคนได้หรือเปล่านะ ตอนแรก

น้องหมาขี้เรื้อน หรือเรียกให้ถูกต้องจริงๆคือ น้องหมาติดไรขี้เรื้อน ซึ้งเป็นพยาธิภายนอกประเภทหนึ่ง เช่นเดียวกับ เห็บหมัด แต่ก็มีขนาดเล็กกว่ามากจนไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ไรที่ทำให้เกิดโรคขี้เรื้อนในน้องหมาที่พบบ่อยมีสองตัวค่ะ คือ คีโมเดกซ์ และ ไรซาร์คอพติค วันนี้ก็จะขอพูดถึงหนึ่งในจำนวนนั้นก่อนนะค่ะ เพราะเท่าที่สังเกตเวลาที่หมอตรวจวินิจฉัยแล้ว แจ้งให้เจ้าของทราบว่า น้องหมาเป็นขี้เรื้อนที่เกิดจากไร เจ้าของส่วนใหญ่ก็จะเดินหนีไปล้างมือ ฟอกสบู่ทันที และไม่ลืมที่จะถามหมอว่า “ติดคนหรือเปล่าค่ะหมอ”

คำตอบคือ ติดค่ะ แต่ติดเฉพาะเชื้อขี้เรื้อนที่เกิดจาก “เชื้อไรซาร์คอพติค” เท่านั้นค่ะ  ถ้าเป็นขี้เรื้อนรูขุมขน ซึ่งเกิดจากไร  “คีโมเดกซ์” ตัวหลังนี้ไม่ติดคนค่ะ จริงๆแล้ว เชื้อไรซาร์คอพติค นั้นไม่เพียงแต่ติดคนเรานะค่ะ แต่ที่สำคัญคือติดกับน้องหมาด้วยกัน และอาการที่เกิดขึ้นในคนนั้น ถ้าเทียบกับน้องหมาถือว่าเล็กน้อยมากค่ะ

ติดได้อย่างไร

คงพอจะเดาออกว่าคนเราติดได้ยังไง ใช่แล้วค่ะ คนเราก็ติดจากการสัมผัสกับน้องหมาตัวที่เป็นโรคนั้นเองค่ะ และอาการที่พบก็จะเป็นผื่นแดง มีอาการคันบริเวณแขน อก และท้อง แต่อย่าเพิ่งกังวลจนต้องไล่น้องหมาไปนอนนอกรั่วนะค่ะ เพราะคนเราจะเป็นอยู่ไม่นาน และสามารถหายเองได้ หลังจากที่น้องหมาได้รับการรักษาจนหายดีแล้ว ถ้าเรายังไม่หายค่อยไปปรึกษาแพทย์ด้านผิวหนังค่ะ ว่าจริงๆแล้วมันใช่ร่องรอยที่เกิดจากการติดไรขี้เรื้อนมาจากน้องหมาหรือเปล่า ส่วนน้องหมาก็ติดได้จากหลายๆทางค่ะ เช่น ออกไปเที่ยวเตร่ข้างนอกก็ไปติดจากน้องหมาที่เป็นโรคนี้โดยการคลุกคลี ไปสัมผัส ไปใกล้ชิดกันมา ไปเสริมสวย ไปฝากเลี้ยง ก็มีของฝากกลับมาได้ เพราะฉะนั้นนอกจากไม่ควรปล่อยน้องหมาไปเที่ยวเตร่ข้างนอกตามอำเภอใจ แถมมีของฝากติดมาด้วยแล้วเวลาพาน้องหมาไปเสริมสวย  ไปฝากเลี้ยง ก็อย่าลืมสังเกตสักนิดหนึ่งว่า แต่ละที่เขาให้ความสำคัญกับเรื่องความสะอาด การป้องกันการติดเชื้อ สุขอนามัยของน้องหมามากน้อยแค่ไหนค่ะ

อาการ

ติดได้อย่างไรก็ทราบไปแล้ว คราวนี้มาดูหน้าตาของเจ้าเชื้อขี้เรื้อนตัว นี้บ้างว่ามันทำให้น้องหมาของเราเปลี่ยนโฉมไปได้แค่ไหน อาการอย่างแรกที่เราจะสังเกตเห็นได้ก็คือ “อาการคัน” ค่ะ คันค่อนข้างจะดุเดือดด้วยค่ะ เนื่องจากธรรมชาติของไรชนิดนี้ มันจะขุดโพรงทะลุผิวหนังชั้นนอกลงไป น้องหมาก็จะคันจากการที่เชื้อไรขุดลงไปนั้นแหละค่ะ นอกจากนี้สิ่งคัดหลั่ง หรือสิ่งที่มันปลดปล่อยออกมาก็ยังทำให้เกิดการแพ้ในน้องหมาบางตัวด้วยค่ะ นอกจากอาการคันแล้ว อีกอย่างที่สังเกตพบคือ “ขนร่วง” และผิวหนังเป็นผื่นแดงบริเวณ ข้อศอก ข้อเท้าหลัง และ อก ส่วนร่องรอยที่ขอบใบหูมักจะมีลักษณะขนร่วง มีสะเก็ดรังแค ตัวที่เป็นเรื้อรังไม่ได้รักษา หรือรักษาไม่ต่อเนื่อง มักจะมีรอยโรคนอกเหนือจากที่กล่าวมา คือจะมีขนร่วงรอบตา ขนร่วงตามลำตัว จากสะเก็ดรังแคเล็กๆ ก็จะกลายเป็นแผ่นใหญ่ๆ และมีภาวะผิวหนังอักเสบแบบมีหนองร่วมด้วยอีกอย่างที่ช่วยบ่งบอกว่าน้องหมาของเราน่าจะเป็นขี้เรื้อนชนิดนี้ก็คือ ถ้ามีน้องหมาในบ้านหลายตัว ก็จะเห็นอาการดังกล่าวนี้ไล่ๆกันเลยค่ะ วันนี้ขอติดไว้แค่นี้ก่อนนะค่ะพรุ่งนี้มาติดตามชมตอนจบกันต่อค่ะ

9 ข้อดีของการมีสัตว์เลี้ยง

ปัจจุบันผู้คนส่วนใหญ่มักนิยมเลี้ยงสัตว์เลี้ยงเป็นเพื่อนประจำบ้าน และจะเลี้ยงไว้อย่างน้อย 1 ชนิด และสัตว์เลี้ยงที่ติดอันดับแรกๆ 3 อันดับ ได้แก่ น้องหมา น้องแมว และปลา ตามลำดับ นอกจากนั้นก็ได้แก่ นก ม้า หนู กระรอก และ สัตว์เลื้อยคลาน และสัตว์แปลกอย่างอื่น  คนที่เลี้ยงสัตว์ก็มีหลายเหตุผลบ้าง ก็เลี้ยงไว้เฝ้าบ้าน บ้างก็เลี้ยงไว้เป็นเพื่อน บ้างก็เลี้ยงไว้ประดับบารมี บ้างก็เลี้ยงไว้เอาบุญ ส่วนใหญ่ก็ไม่ได้คำนึงถึงประโยชน์ หรือ ข้อดีของสัตว์เลี้ยงเท่าใดนั้น แต่ความจริงสัตว์เลี้ยงมีประโยชน์มากมายที่เราไม่เคยคิดมาก่อน ดังนั้นวันนี้จะมาพูดถึงข้อดีเกี่ยวกับประโยชน์ของสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะน้องหมา ได้ก่อให้เกิด ข้อดี หลายประการ โดยเฉพาะคนเลี้ยงเป็นผู้สูงอายุค่ะ ตามมาดูกันเลยค่ะ

ข้อที่1  ผลต่อความดันโลหิตและความเครียด

การเลี้ยงน้องหมาจะช่วยลดความดันโลหิต และบรรเทาความเครียดให้เจ้าของ หรือคนเลี้ยงที่เป็นโรคความดันโลหิตสูงได้

ข้อที่2 ผลต่อความรู้สึกโดดเดียว

ปัจจุบัน ผู้สูงอายุมักจะถูกปล่อยทิ้งให้อยู่บ้านตามลำพัง หรือลูกหลานอาจแยกครอบครัวออกเรือนไป ทำให้ผู้สูงอายุถูกปล่อยให้โดดเดียว ซึ่งส่งผลให้เกิดภาวะซึมเศร้าได้ สัตว์เลี้ยงก็จะช่วยแก้ปัญหาจากการอยู่เพียงลำพังได้เป็นอย่างดี ช่วยลดปัญหาด้านจิตใจห่อเหี่ยวได้

ข้อที่3 ผลต่อการมีสังคม

สัตว์เลี้ยงจะช่วยให้เรามีสังคมมากขึ้นเพราะช่วยให้มีคนเข้ามาพบปะพูดคุยกับเรามากขึ้น ในหัวข้อสนทนาเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง ซึ่งจะทำให้เรามีเพื่อนมากขึ้น โดยเฉพาะบรรดาคอคนรักสัตว์ด้วยกัน

ข้อที่4 ผลต่อการออกกำลังกาย

การเลี้ยงสัตว์จำเป็นต้องมีกิจกรรมเพิ่มขึ้น เช่น การจัดเตรียมอาหารให้สัตว์เลี้ยง การพาสัตว์เลี้ยงไปขับถ่าย ออกกำลัง การเล่นกับสัตว์เลี้ยง กิจกรรมเหล่านี้เองช่วยให้คนเลี้ยงได้ออกกำลังกายในทางอ้อม ทำให้ผู้สูงอายุได้ขยับเขยื้อนร่างกายบ้าง ไม่ต้องนั่งจับเจ่าอยู่เพียงอย่างเดียว

ข้อที่5 ผลต่อการพบแพทย์

พบว่าผู้สูงอายุที่เลี้ยงน้องหมาน้องแมว จะมีสุขภาพดีขึ้น ซึ่งดูได้จากการไปพบแพทย์ลดลง และกินยาลดลงอีกด้วย

ข้อที่6 ผลต่อจิตใจโอบอ้อมอารี

สัตว์เลี้ยงนั้นก่อให้เกิดความรักแท้ที่ไม่มีเงื่อนไขแก่คนเลี้ยง ทำให้คนเลี้ยงได้รับรักแท้จากสัตว์เลี้ยงเป็นประจำ ทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ

ข้อที่7 ผลต่อความปลอดภัย

เลี้ยงสัตว์เช่นน้องหมา นอกจากจะได้รับความเพลิดเพลินแล้ว น้องหมาก็ยังทำหน้าที่อารักขาเจ้าของอีกด้วย ทำให้คนเลี้ยงรู้สึกปลอดภัยในระดับหนึ่ง

ข้อที่8 ผลต่อการสูญเสียคนรู้จัก

ผู้สูงอายุนั้น มักจะต้องพบเจอกับเรื่องการจากไปของคนรู้จัก ตั้งแต่คู่สมรส ญาติผู้ใหญ่ ตลอดจนเพื่อนร่วมรุ่น ซึ่งสัตว์เลี้ยงคู่กายก็ยังอยู่เป็นเพื่อนช่วยบรรเทาความรู้สึกเศร้าใจจากการสูญเสียสิ่งอันเป็นที่รักได้บ้างไม่มากก็น้อย

ข้อที่9 ผลต่อปัญหาส่วนตัว

การได้เป็นเจ้าของสัตว์เลี้ยงสักตัว จะช่วยให้ผู้เลี้ยงรู้สึกมีค่า มีความหมาย โดยเฉพาะกับสัตว์เลี้ยง ซึ่งเมื่อมีปัญหาส่วนตัวจากภายนอกมากระทบ ก็จะช่วยผ่อนปรนให้เรื่องร้อนๆ จากภายนอกค่อยๆบางเบาลงไป เมื่อเปรียบกับการมีจิตใจเมตตากรุณาต่อสัตว์เลี้ยงของตน

นี้เป็นข้อดีของสัตว์เลี้ยงบางส่วนที่มีคนคนเลี้ยงโดยเฉพาะผู้สูงอายุซึ่งนอกนั้นเราสามารถพบขอดีของสัตว์เลี้ยงที่มีต่อคนเลี้ยงได้ทุกเพศทุกวัย ตั้งแต่เด็ก วัยรุ่น ผู้ใหญ่ จนถึงผู้สูงอายุ ซึ่งที่เห็นแน่ๆ ก็คือ สัตว์เลี้ยงทำให้จิตใจของมนุษย์ อ่อนโยนและชุ่มชื่นขึ้นค่ะ

เครดิต:หนังสือDogazine