สวัสดีค่ะวันนี้มาติดตามเกี่ยวกับโรคขี้เรื้อนกันต่อเลยนะค่ะ
ขี้เรื้อนจริงหรือเปล่า
อย่างที่เคยพูดไว้เสมอนะคะ ว่าอาการ หรือร่องรอยอย่างเดียวกันที่เราเห็นนั้น อาจจะไม่ใช่โรค หรือเกิดจากสาเหตุเดียวกันเสมอไป ดังนั้นก็ต้องให้หมอตรวจวินิจฉัยก่อนค่ะ วิธีการตรวจนั้นก็มีตั้งแต่การขูดตรวจผิวหนัง ตรวจจากอุจจาระ หรือการตอบสนองต่อการรักษาทางยา ซึ่งเป็นวิธีวินิจฉัยที่นิยมปฏิบัติกันมาก เนื่องจากวิธีการตรวจต่างๆ นั้นไม่ได้ให้ความแม่นยำถึงร้อยเปอร์เซ็นต์ หมายความว่า เขาอาจจะเป็นขี้เรื้อนซึ่งเกิดจากไรชนิดนี้จริง แต่ตรวจไม่พบนั่นเองค่ะ ถ้ารักษาแล้วดีขึ้น ก็สรุปว่าเป็นโรคผิวหนังชนิดนี้จริง ถ้าไม่ดีขึ้นก็จะได้ตรวจหาสาเหตุที่น่าจะเป็นไปได้อย่างอื่นต่อไป
การเยียวยา
สุดท้ายวิธีการรักษานั้นก็มีตั้งแต่การใช้ยาฉีด หรือยากิน ซึ่งเป็นวิธีการรักษาที่นิยมกันมากที่สุด และให้ผลการรักษาเป็นที่น่าพอใจ โดยจะรักษาทุก 1-2 อาทิตย์ ทั้งหมด 2-4 ครั้ง นอกจากนี้ยังมียาสำหรับนำไปชุบเช็ดตัว ใช้แชมพูอาบน้ำ ซึ่งแชมพูยาบางชนิดใช้ร่วมกับการให้ยา ซึ่งมีฤทธิ์ในการฆ่าไร ก็จะช่วยให้หายเร็วยิ่งขึ้น ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์ที่ทำออกมาในรูปแบบของยาหยดหลัง ซึ่งก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่สะดวกดีเหมือนกันค่ะ
น้องหมาบางตัวที่มีภาวะผิวหนังอักเสบแบบมีหนองร่วมด้วย ก็จำเป็นต้องให้ยาปฏิชีวนะ เพื่อรักษาอาการติดเชื้อประมาณ 3 สัปดาห์ติดต่อกัน ส่วนอาการคันที่ดุเดือดนั้นหมอก็จะให้ยาแก้คันร่วมด้วยค่ะ
การป้องกัน
อย่างที่ได้กล่าวไปแล้วนะค่ะว่า เขาติดมาได้อย่างไร ดังนั้นเราก็จะทราบได้โดยปริยายค่ะว่าจะป้องกันอย่างไร แต่มันไม่ง่ายเหมือนที่พูดนะค่ะ โดยเฉพาะน้องหมาขาโจ๋ทั้งหลาย ที่มีหน้าที่หลักคือ ตระเวนเที่ยว เที่ยว และเที่ยว จะเห็นหน้าได้แต่ละทีก็ต้องรอเวลากินข้าวถึงจะกลับมา แต่เราต้องไม่ลืมค่ะว่าการที่เขาออกไปเที่ยวนั้น โอกาสที่จะได้ของฝากกลับมาไม่ใช่โรคขี้เรื้อนนะค่ะ เห็บหมัดเอย โรคติดเชื้อต่างๆ อีกมากมาย
เพราะปัญหาที่สำคัญอย่างหนึ่งคือบ้านเรายังไม่สามารถแก้ปัญหาเรื่อง น้องหมาจรจัดได้อย่างเด็ดขาด เจ้าน้องหมาไม่มีค่าย ไม่มีสังกัดเหล่านี้แหละค่ะ ที่เป็นแหล่งแพร่กระจายของโรคที่สำคัญ ถ้าเราไม่สะดวกใจที่จะกันไม่ให้เขาออกไปเที่ยวเล่นนอกบ้าน เพราะรู้สึกว่าตัวเองกำลังกักขังน้องหมา ก็ต้องเสริมเกราะป้องกันให้แก่น้องหมา ค่ะ เพราะที่ว่านี้ก็ได้แค่ป้องกันฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อต่างๆ ให้ครบถ้วนและสม่ำเสมอ ถ่ายพยาธิเป็นประจำ ใช้ยาป้องกันเห็บหมัด พยาธิหัวใจที่มีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง
และการดูแลสุขอนามัยส่วนตัวของน้องหมาคือ อาบน้ำ เช็ดหู อาทิตย์ละครั้ง ทำได้อย่างนี้ก็จะช่วยลดปัญหาที่จะตามมาได้ระดับหนึ่งค่ะ

