Archive for » November, 2009 «

ยาเบื่อหนูกับสัตว์เลี้ยงตอนแรก

ทุกวันนี้ไม่ว่าจะเป็นสิ่งของเครื่องใช้ที่เอื้อประโยชน์ในชีวิตประจำวันของเรานั้น ไฉนกลายเป็นอันตรายต่อสัตว์เลี้ยงหรือน้องหมาแสนรักไปได้ คิดว่าหลายๆคนเคยพบเคยเห็นหรืออาจจะเคยใช้แล้วเป็นแน่ นั้นคือ “ยาเบื่อหนู”ค่ะ แต่เป็นชนิดที่ไม่ทำให้เลือดแข็งตัว มีวางขายอยู่ทั่วไปตาม ซูเปอร์มาร์เก็ต บางท่านอาจเคยซื้อไปแล้วแต่ยังไม่ทราบถึงสรรพคุณของมันว่ามีอย่างไรบ้าง เช่นว่าใช้กับหนูแล้วมันมีผลอย่างไรบ้าง รู้แต่ว่ามันทำให้เจ้าหนูวายร้ายตายสมใจเท่านั้น ถ้ารู้เท่านี้ยังไม่พอหรอกค่ะ ต้องเข้าใจด้วยว่ามันมีพิษอย่างไร ถ้าสัตว์เลี้ยงกินเข้าไปแล้วจะมีอาการอย่างไร และเราจะมีวิธีช่วยเหลือเบื้องต้นกันอย่างไรบ้าง

“ยาเบื่อหนู”

จัดแบ่งกลุ่มได้หลายกลุ่ม ส่วนในกลุ่มที่ทำให้เกิดอาการเลือดออกจนสัตว์ตายนั้นมีสารออกฤทธิ์เป็นสารในกลุ่มที่ทำให้เลือดไม่แข็งตัว คือ วาร์ฟาริน โบรมาไดโอโลน คูมาฟูดีล ไดคิวมารอล และคูมาเตตราลิล ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมีให้เลือกให้ใช้หลายรูปแบบ สุดแท้แต่ผู้ผลิตจะคิดประดิษฐ์ขึ้นมา  เช่นว่า อยู่ในรูปเม็ดสีสด หรือมีลักษณะคล้ายเม็ดข้าวสารเพื่อล่อให้หนูมากิน บ้างก็อยู่ในรูปผงให้ผู้ใช้นำไปผสมกับอาหารบ้าง สารพิษดังที่กล่าวมานี้ละค่ะที่ออกฤทธิ์ทำให้ร่างกายของหนูมีเลือดออกจนตาย ซึ่งอาการพิษที่เกิดได้จากการกินเข้าไปสู่ระบบทางเดินอาหารแล้วดูดซึมเข้าทางกระแสเลือด จากนั้นอาการพิษจะเริ่มปรากฏออกมา แต่สารพิษนี้ไม่มีผลทางการสัมผัสหรือสูดดม จะเกิดพิษได้ก็ต่อเมื่อกินเข้าไปเท่านั้น โดยผู้ผลิตยาเบื่อหนูชนิดนี้ขึ้นมาตั้งใจให้กลไกการเกิดพิษไม่ให้เกิดขึ้นในทันทีทันใด เพราะอะไรน่ะหรือค่ะ เพราะเขารู้ว่าพวกหนูหนูนั้นมันช่างสังเกตค่ะ เมื่อเห็นสมาชิกร่วมเผ่าพันธุ์กินเจ้าอาหารจานโปรดนี้เข้าไปแล้วนอนชักดิ้นชักงอสิ้นใจตายไปต่อหน้าต่อตา ตัวอื่นๆจะกินให้โง่หรือค่ะ มนุษย์เราจึงได้คิดค้นสารออกฤทธิ์ชนิดที่ทำให้หนูม่รู้ว่าอาหารที่มันกำลังกินเข้าไปนั้นทำให้พวกมันตายหรือพวกพ้องต้องตายโดยปัจจุบันทันด่วนดังนั้น การเกิดพิษแต่ละครั้งต้องกินจนมากพอในระดับหนึ่งแต่ถ้าไม่ มันก็จะสะสมมาในวันถัดไป เมื่อหนูมากินอีกปริมาณของพิษก็จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนส่งผลให้เกิดปัญหาเลือดออกจนกระทั่งเจ้าหนูตายจากอาการเสียเลือดนั้นเองค่ะ

ยาเบื่อหนูทำให้เลือดออกได้อย่างไร

สารในกลุ่มนี้มีคุณสมบัติทำให้เลือดไม่แข็งตัว โดยออกฤทธิ์ทำลายสารชีวเคมีที่สำคัญ นั้นคือ “ไวตามิน เค อีฟ็อกไซด์ รีดักเตส” ในตับ เจ้าสารชีวเคมีชนิดนี้เป็นตัวสร้างไวตามินเคซึ่งเป็นไวตามินที่ช่วยให้เลือดแข็งตัว เมื่อมันถูกทำลายก็ย่อมส่งผลให้ปัจจัยการแข็งตัวของเลือดที่สำคัญหลายๆ ชนิดเสื่อมประสิทธิภาพตามไปด้วย เช่น ทำให้เลือดไหลไม่หยุดแม้เกิดบาดแผลจากหลอดเลือดฉีกขาดพียงเล็กน้อยเท่านั้น เมื่อเลือดไม่แข็งตัวและมีการกระแทกซ้ำของเส้นเลือดต่างๆย่อมมีปัญหาเลือดออกได้ แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าเส้นเลือดส่วนไหนของร่างกายสัตว์หรือน้องหมาจะได้รับความเสียหาย หรือเส้นเลือดในทางเดินอาหารในช่องที่เกิดการฉีกขาดก็จะทำให้มีอาการอุจจาระเป็นเลือดและอาเจียนเป็นเลือด หรือบางตัวเส้นเลือดที่ผิวหนังฉีกก็ทำให้เกิดอาการห้อเลือดขึ้นเป็นจ้ำๆ ปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจนเลยทีเดียวค่ะ

เช็ดหูน้องหมาควรเช็ดอย่างไรดี

การเช็ดหูน้องหมานั้นทำได้ไม่ยากเย็นเลยค่ะ ไม่จำเป็นต้องนำสำลีพันปลายไม้แล้วแยงเข้าไปในรูหูเหมือนวิธีที่เราใช้ เพราะถ้าทำอย่างไม่ระมัดระวังพอและไม่เข้าใจถึงโครงสร้างของช่องหูน้องหมา ก็อาจทำให้เขาบาดเจ็บและเกลียดการทำความสะอาดหูไปเลยทีเดียวค่ะ ขั้นแรกขอแนะนำให้เริ่มด้วยการใช้น้ำยาล้างหูสำหรับน้องหมา สามารถชะเอาความสกปรกที่หมักหมมในช่องหูได้ค่ะ ไม่ควรใช้แอลกอฮอล์ ไฮโดรเจนเปอร์ไดร์ออกไซด์อย่างเด็ดขาด เพราะสารเหล่านี้ระคายเคืองจนอาจกัดผิวหนังในส่วนช่องหูได้น้ำยาล้างหูสำหรับสัตว์เป็นสารที่มีคุณสมบัติละลายไขมันได้ดีและผสมกรดอินทรีย์อ่อนๆ ในระดับที่ไม่ทำให้ระคายเคืองต่อผิวหนัง ส่วนเทคนิคการล้างหูที่ถูกต้อง ไม่ใช่วิธีใช้สำลีพันปลายไม้แยงเข้าในรูหูของน้องหมาค่ะ แต่สามารถกระทำง่ายกว่านั้น เริ่มโดยเทน้ำยาล้างหูลงไปที่รูหูของน้องหมา กะว่าให้ท่วมปิดรูหูพอดี จากนั้นให้คลึงที่กกหูเบาๆ เพื่อให้เกิดแรงสั่นตัวของน้ำยาจะได้ล้างชะเอาเศษคราบขี้หูได้ทุกส่วน ขั้นตอนต่อมาปล่อยให้น้องหมาสะบัดหูเองเพื่อที่จะได้เกิดเองเหวี่ยงเอาเศษขี้หูออกมาให้หมด หรือเราใช้สำลีซับที่รูหูเลยก็ได้ไม่ว่ากันค่ะ แต่ไม่ต้องเอาอะไรลงไปแยงอีกนะค่ะ ตามปรกติแล้วแนะนำให้ล้างหูให้น้องหมาสัปดาห์ละ 1 ครั้ง แต่ถ้าเกิดอาการป่วยขึ้นมาก็ต้องทำตามสัตวแพทย์แนะนำว่าให้ล้างกี่ครั้งต่อสัปดาห์ค่ะ

ลูกหมาเมารถแก้ไขอาการอย่างไรดี

อาการเมารถมักเกิดขึ้นกับลูกหมา เพราะยากมากที่ร่างกายของลูกหมาจะปรับตัวให้เคยชินต่อการนั่งรถที่มีการเคลื่อนไหวในลักษณะดังกล่าวในครั้งแรกๆ ตามปกติในช่องหูของสัตว์หรือลูกหมาจะมีเส้นประสาทรับความรู้สึกที่เกี่ยวกับการเคลื่อนไหว และคอยปรับระดับให้เกิดความสมดุลขึ้นกับร่างกายเสมอ ไม่ว่า ยืน เดิน นั่ง หรือกระโดดโลดเต้นค่ะ แต่การเคลื่อนไหวบางลักษณะมันต้องอาศัยการปรับสภาพให้ร่างกายเคยชินต่อสภาพดังกล่าวก่อนค่ะ เช่น นั่งรถที่กำลังแล่นอยู่ อยู่บนเรือที่โครงไปเครงมา ร่างกายต้องใช้เวลาปรับตัวพอสมควร ตามปกติน้องหมาตัวที่มีอาการเมารถในระยะแรกๆ จะซึม และมีน้ำลายไหลยืดๆ ออกมา บางตัวจะมีอาการอาเจียน ถ้าเป็นอย่างหนักแนะนำให้นอนพักสัก 10-15 นาทีก็เป็นปรกติค่ะ ทางแก้ไขให้หายขาดคือ พาเดินทางบ่อยๆ โดยฝึกให้นั่งรถ เริ่มจากนั่งประมาณ 10 นาที แล้วค่อยๆ เพิ่มระยะเวลาขึ้นเรื่อยๆ จนร่างกายน้องหมาชินและปรับตัวได้ในที่สุด และเมื่อน้องหมาของคุณหายจากอาการวิงเวียนจากการเมารถ รับรองได้ว่าเขาจะติดใจมากๆ ค่ะเวลาที่คุณพาไปเที่ยวไหนๆ อาจจะวิ่งขึ้นรถก่อนหน้าเราเสียอีกค่ะ