ผู้คนส่วนใหญ่เมื่อรู้ตัวว่าไม่สบาย ไม่ว่าอาการ ปวดหัว เป็นไข้ ปวดฟัน ปวดประจำเดือน มักจะหายากินเองเพื่อบรรเทาอาการเบื้องต้นยาสามัญประจำบ้านที่นึกถึงกันเป็นอันดับแรกเห็นจะหนีไม่พ้นยาแก้ปวด “พาราเซตามอล” ราคาที่ย่อมเยาและหาซื้อได้ไม่ยาก จึงมีไว้ติดในตู้ยาแทบทุกครัวเรือน เป็นไปได้อีกเช่นกันว่า เมื่อสังเกตเห็นสัตว์ป่วยซึม ไม่กินอาหารหรือเมื่อส้มผัสลูบตามเนื้อตัวของมันแล้วรู้สึกว่าตัวร้อนก็คิดกันเองว่า มันต้องมีไข้ มักจัดหายามาป้อนเองเพื่อให้ทุเลา “พาราเซตามอล” มักเป็นยาที่เลือกใช้กัน เพราะในเมื่อเรายังกินได้ ไม่เป็นอันตราย มันก็ไม่น่ามีอันตรายต่อสัตว์เช่นกัน แต่ความจริงแล้ว “พาราเซตามอล” ยาลดไข้ แก้ปวดที่ใช้กันอย่างแพร่หลายนี้ อาจเป็นอันตรายต่อสัตว์เลี้ยง อย่างรุนแรงจนอาจถึงกับเสียชีวิตเลยทีเดียว โดยเฉพาะเมื่อป้อนให้แมวน้อย เรียกว่า นอกจากไม่บรรเทาอาการแล้วยังอาจเป็นเหมือนยาพิษที่ปลิดชีวิตมันได้ ดังนั้น ควรรู้จักยาตัวนี้ให้ดีกันก่อนดีกว่าค่ะ
Acetaminophen หรือที่เรารู้จักกันดีในชื่อว่า Paracetamol เป็นยาที่ออกฤทธิ์บรรเทาอาการปวดลดไข้ แต่ไม่ให้ผลในการลดอักเสบเมื่อเทียบกับยาแก้ปวดลดไข้ตัวอื่นๆ ในกลุ่มเดียวกันอย่างเช่น ยาแอสไพริน พาราเซตามอล ถือว่ามีความปลอดภัยสูงต่อผู้ใช้ และเป็นที่นิยมกันอย่างแพร่หลาย เป็นระยะเวลากว่าสิบปีมาแล้ว
Paracetamol หรือ Acetaminophen หรือ N-acety-p-aminophenol มีประวัติความเป็นมาจากการค้นหาพบฤทธ์ลดไข้ของ acetanilide โดยบังเอิญ แล้วนำมาให้เป็นยาลดไข้ในปี พ.ศ. 2429 แต่ตอนนั้นยังเป็นพิษต่อร่างกายอย่างสูง จึงได้มีการปรับปรุงเปลี่ยงแปลงมาจนกระทั่งเป็นยาพาราเซตามอลที่ใช้กันอยู่อย่างแพร่หลาย จวบจนปัจจุบันได้กลายมาเป็นยาสามัญประจำบ้าน จัดจำหน่ายอยู่ทั่วไปภายใต้ชื่อการค้าต่างๆนานา ทั้งในรูปแบบของยาเม็ด (500 มก.,325มก.)และ ทั้งแบบยาน้ำ(120มก,5มล.) Readmore..
Share on Facebook
น้องหมาที่บ้านของเพื่อนๆดูหงอยๆไม่ค่อยร่าเริงไหมคะ น้องหมาบางตัวก็เหมือนกับว่าต่อมร่าเริงหยุดทำงาน อาจจะเป็นเพราะออกไปเล่นนอกบ้านไม่ได้ เราลองมาทำกิจกรรม “เจ้านายสนุก น้องหมาอิ่มท้อง” กันไหมคะ
วันนี้จะชวนมาทำอาหารสนุกๆแบบบ้านๆให้น้องหมาได้อิ่มท้องกันและยังได้พิสูจน์คำว่า รักแท้ ว่าสุนัขที่เรารักจะรักเราจริงโดยการยอมกินอาหารที่เราตั้งใจปรุงให้( แต่ไม่รับประกันรสชาดนะ)เมนูวันนี้อาหารคาวคะชื่อว่า
“ด็อกกี้ เบอร์เกอร์”
ส่วนผสม
: เนื้อสับผัดสุกห้ามใส่เครื่องปรุงรส
: ไข่ต้มสุกสับ 2 ฟอง ข้าวโอ๊ต หรือ ข้าวกล้องต้มสุก 1/2ถ้วย
: ผักใบเขียวหรือแครอทต้มสุกแล้วปั่นหรือบดละเอียด 1 ถ้วย ชีสเล็กน้อย
วิธีทำ
: นำส่วนผสมทุกอย่างที่เตรียมไว้มาคลุกให้เข้ากันและปั้นเป้นก้อน ก่อนเสริฟ ก็แล้วแต่การตกแต่งนะคะ สามารถเอาไปทำเป็นเมนูใหม่ๆได้อีกค่ะแต่ให้มีส่วนผสมของ 3 อย่างนี้นะคะ ถ้าอยากลองส่วนผสมอื่นๆก็ต้องมั่นใจว่าไม่มีส่วนผสมของกระดูกสัตว์ ถั่ว และหอมชนิดต่างๆที่จะทำอันตรายกับน้องหมา และถ้าเป้นต้องหมาตัวจิ๋วกว่าที่จะกินได้หมดเราก็สามารถเก็บไว้ในตู้เย็นได้ประมาณ 3 วันค่ะ
หลังจากเสริฟอาหารคาวให้น้องหมาไปแล้วต่อไปก็เป็นขนมค่ะ สูตรนี้ยุ่งยากน้อยที่สุด เรียกว่า
“บิสกิตมะหมา”
ส่วนผสม
: นมผง 1/4ถ้วย
: จมูกข้าวสาลี 1/3 ถ้วย
: อาหารบดสำหรับเด็กอ่อนสำเร็จรูป รสเนื้อ 2ขวด ผสมกับรสแครอท 1ขวด
วิธีทำ
: นำส่วนผสมทั้งหมดมารวมกันอัดใส่พิมพ์ แล้วเอาเข้าเตาอบที่ 350 องศา 15นาที ทีนี้ก็เหลือแต่มาลุ้นว่าน้องหมาของเพื่อนๆจะยอมกินอาหารที่เจ้านายลงทุนทำมาให้หรือไม่ละค่ะ แต่ถ้าน้องหมาไม่ยอมกินจริงๆก็อย่านำเอาวัตถุปรุงรสเช่น น้ำปลา น้ำมันหอย หรือซีอิ๊ว ใส่ลงไปนะคะเพราะจะทำให้น้องหมาขนร่วงและได้โรคไตเป็นของแถมด้วยค่ะ
Share on Facebook
ปัญหานี้ผู้เลี้ยงลูกหมามือใหม่มักจะประสบพบเจอกันแทบทุกคน โดนเฉพาะยาน้ำเพราะทั้งลูกหมาหรือน้องหมาตัวโตๆ ก็ป้อนยาได้ยาก วิธีการให้ยาน้ำแก่สัตว์เลี้ยงโดยการป้อนยาให้กิน ถือเป็นหัวใจสำคัญในการรักษาโรคเลยค่ะ เพราะการให้ยาโดยการกินจะไม่ทำให้น้องหมา น้องแมวเราต้องเจ็บปวด เราไม่ต้องเสียเวลาเดินทางและที่สำคัญการให้ยากินจะทำให้ยาเพื่อการรักษาต่อเนื่องไม่ขาดช่วง เพราะยาบางชนิดอาจจะให้วันละ 3-4 ครั้ง บางตัวให้วันละ 2 ครั้ง เราก็สามารถป้อนให้สัตว์เลี้ยงได้เลย มีคนถามหมอต่ออีกว่า ยากินมันจะสู้ยาฉีดได้เหรอค่ะ คำตอบคือ ยากินมีประสิทธิภาพพอๆกับยาฉีดล่ะค่ะ ไม่เช่นนั้นผู้ผลิตยาในโลกใบนี้ไม่แห่มาผลิตยากินกันยาแน่นอน นอกเสียจากว่ายาบางชนิดไม่สามารถผลิตในรูปแบบของยากินได้ การฉีดยาให้จึงจำเป็นต้องทำถ้าหมอที่รักษาเลือกใช้ยาตัวดังกล่าว แต่ในบ้านเราปัญหาที่หมอพบ คือเจ้าของสัตว์ยังขาดความใส่ใจความพยายามในการหัดป้อนยาเพราะทำยาก การป้อนยาน้ำเราสามารถใช้หลอดดูดยาที่ทำจากพลาสติกที่เรียกกันว่าไซริง ดูดยาออกมาแล้วป้อน เราจะใช้มือที่ถนัดจับหลอดยาไว้จากนั้นเอาอีกมือหนึ่งจับที่หัวของน้องหมาโดยใช้นิ้วชี้และนิ้วหัวแม่มือบีบไปที่แก้มตรงมุมปาก เมื่อท่านบีบน้องหมาก็อ้าปากโดยธรรมชาติ และกระพุ้งแก้มของน้องหมาเองก็จะรองรับนิ้วที่ท่านบีบไว้ ทำให้น้องหมาไม่สามารถกัดท่านได้ เพราะถ้าเค้ากัดเค้าจะต้องกัดผนังแก้มด้านในแทน จากนั้นเราก็ปล่อยยาเข้าทางด้านข้างของปากช้าๆ อย่ารีบ เพื่อทำให้สัตว์กลืนยาลงไปโดยไม่สำลักค่ะ
Share on Facebook