Archive for the Category »ประวัตสายพันธุ์น้องหมา «

ต้นกำเนิดน้องหมาบลูเทอร์เรีย (Bull Terrier)

บลูเทอร์เรีย  (Bull Terrier) เป็น นักสู้ที่อ่อนหวานโดยธรรมชาติ เป็นนักสู้ที่ใจถึง เป็นน้องหมาอารักขาที่กระฉับกระเฉง รักครอบครัวและอาณาเขตของเขาโดยสัญชาติญาณ ผู้ที่อาศัยอยู่ตามอพาร์ทเม้นท์ซึ่งมีเนื้อที่จำกัดจะนิยมเลี้ยงน้องหมาพันธุ์นี้เพื่อช่วยอารักขา เนื่องจากเป็นน้องหมาอารักขาที่ดี แล้วยังเป็นน้องหมาที่ประหยัดอีกด้วย บางครั้งอาจจะดื้อรั้นไปบ้าง แต่ก็เป็นน้องหมาที่เข้ากับเด็กๆ ได้เป็นอย่างดี เพื่อให้เขาอยู่ในโอวาทควรมีการฝึกปรือตั้งแต่วันแรกๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าจะเลี้ยงเขารวมกับสัตว์เลี้ยงชนิดอื่น โดยธรรมชาติแล้วจะก้าวร้าวกับน้องหมาที่ทำตัวเป็นเจ้าถิ่น

มาตรฐานสายพันธุ์

ศีรษะ ต้อง ยาวมีความแข็งแรง ใบหน้าเต็มมองดูคล้ายไข่ ระยะจากปลายจมูกไปยังลูกตาเห็นได้ชัดเจนกว่า ระยะจากตาไปยังส่วนบนของกะโหลก กรามบนควรจะลึกและมองเห็นขอบเขตได้ชัดเจน

หู ควรจะเล็ก บางและมีตำแหน่ง ใกล้กันตั้งตรงอยู่ตลอดเวลา

ตา จมลึกอย่างพอเหมาะ สีเข้ม เป็นประกาย ตาเป็นรูปสามเหลี่ยมข้อด้อยของสุนัขพันธุ์นี้คือมีตาสฟ้า

จมูก ควรเป็นสีดำ โค้งลงไปสู่ปลาย

คอ เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ ยาวและเป็นสันโค้ง ผิวเรียบไม่หย่อนยาน

อก มองจากด้านหน้าอกต้องกว้าง  มองจากด้านข้างอกลึก  บริเวณอกใกล้พื้นกว่าบริเวณท้อง

ลำตัว หลังต้องสั้นและแข็งแรง หัวไหล่ต้องกว้างและเรียบมีความลาดเอียงไปด้านหลัง อย่างเด่นชัด

ขน สั้น เรียบ เมื่อลูบจะสาก ขนเป็นมัน หนังต้องตึง

ข้อด้อย ใบหน้าที่โค้งโก่งมาก ตาสีฟ้า มีสีขนสีอื่นมากกว่าสีขาว

เครดิต:หนังสือDogazine

ภาพจาก kapook

ต้นกำเนิดน้องหมาบีเกิล (Beagle)

น้องหมาสายพันธุ์ บีเกิล (Beagle) เป็นน้องหมาที่ขึ้นชื่อในเรื่องของความเฉลียวฉลาด ซุกซน คล่องแคล่วว่องไว ซึ่งก็เป็นเพราะพวกเค้าสืบสายเลือดมาจากบรรพบุรุษนักล่ากระต่ายฝีมือฉกาจ ปัจจุบันนี้แม้จะไม่ได้ทำหน้าที่ผู้ช่วยนายพรานเหมือนสมัยก่อน แต่เค้าก็ได้รับการยอมรับในฐานะน้องหมาสำหรับเลี้ยงไว้เป็นเพื่อนที่สุดแสนน่า รัก โกรธใครไม่เป็น เหมาะสำหรับสร้างความสุขให้แก่สมาชิกทุกเพศทุกวัยในครอบครัว จนหากให้จัดอันดับสายพันธุ์น้องหมาซึ่งเลี้ยงเป็นเพื่อนได้ดีที่สุด เชื่อแน่ว่าบีเกิลคงถูกจัดอยู่ในอันดับต้นๆ เป็นแน่…

ความเป็นมาของน้องหมาบีเกิล

ต้นกำเนิดของน้องหมาสายพันธุ์บีเกิลนั้นไม่เป็นที่แน่ชัด แต่เชื่อกันว่าน้องหมากลุ่ม Hound สายพันธุ์นี้น่าจะมีถิ่นกำเนิดอยู่ในประเทศอังกฤษตั้งแต่ยุคสมัยก่อนที่ จักรวรรดิโรมันจะเข้ายึดครอง บางรายงานกล่าวว่ามีการพบน้องหมาสายพันธุ์นี้ในสมัยฝรั่งเศสและกรีกโบราณ และมีหลักฐานที่แน่ชัดชิ้นหนึ่งซึ่งบ่งชี้ว่ามีการใช้น้องหมาสายพันธุ์นี้ สำหรับล่าสัตว์ โดยเฉพาะสัตว์ตัวเล็กๆ อย่างกระต่าย ตั้งแต่ยุคสงครามครูเสด น้องหมาสายพันธุ์บีเกิลสามารถพบเจอได้เกือบทุกพื้นที่ของประเทศอังกฤษเนื่อง จากเป็นสายพันธุ์ซึ่งชาวอังกฤษนิยมเพาะมากที่สุดสายพันธุ์หนึ่ง ความสามารถพิเศษอย่างหนึ่งของพวกเค้าคือมีความคล่องแคล่วปราดเปรียวอย่างสูง ในการไล่ล่าและแกะรอยกระต่ายป่า ดังนั้นนายพรานชาวอังกฤษจึงมักพาพวกเค้าออกไปเป็นฝูงแต่เช้ามืดเพื่อดมกลิ่น หาเหยื่อ เมื่อพวกเค้าได้กลิ่นเป้าหมายก็จะเห่าบอกเจ้านายและตามตีวงล้อมอย่างไม่ลดละ บีบให้เหยื่อเหลือทางหนีน้อยที่สุด (และหากเจ้ากระต่ายตัดสินใจหนีออกทางที่เหลืออยู่ก็มักต้องพบนายพรานดักรอ อยู่นั่นเอง) ซึ่งวิธีการดังกล่าวนี้เป็นที่นิยมของนายพรานชาวอังกฤษเป็นอย่างมาก ในเวลาต่อมา ได้มีผู้นำน้องหมาสายพันธุ์บีเกิลไปยังประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งถือว่าได้รับความนิยมในระดับหนึ่ง หากแต่บีเกิลที่เข้ามาในสหรัฐอเมริกาช่วงแรกๆ นั้นก็ยังไม่มีรูปร่างสวยงามตรงตามมาตรฐานสายพันธุ์เหมือนอย่างบีเกิลของ ประเทศอังกฤษ กระทั่งถึงปี ค.ศ.1870 จึงมีนักพัฒนาสายพันธุ์น้องหมาชาวสหรัฐฯ กลุ่มหนึ่งเริ่มหันมาสนใจพัฒนาสายพันธุ์ของบีเกิลอย่างจริงจัง จนทำให้ได้บีเกิลซึ่งมีลักษณะดี เป็นที่ยอมรับ ถูกต้องตามมาตรฐานในที่สุด ซึ่ง American Kennel Club ก็ได้ทำการจดทะเบียนรับรองน้องหมาสายพันธุ์บีเกิลตัวแรกเมื่อปี ค.ศ.1885 และต่อมาในปี ค.ศ.1888 จึงได้มีการก่อตั้งชมรมผู้เพาะพันธุ์บีเกิลแห่งสหรัฐฯ ขึ้นอย่างเป็นทางการ
ปัจจุบันน้องหมาสายพันธุ์บีเกิลยังคงเป็นน้องหมาซึ่งมีผู้นิยม เลี้ยงเป็นจำนวนมาก เนื่องด้วยความน่ารัก คล่องแคล่ว และเป็นมิตรกับทุกคน อย่างไรก็ตามบีเกิลอาจไม่เหมาะนักสำหรับการเป็นน้องหมาเฝ้าบ้าน เพราะความที่เค้าต้องการสังคมสูง ชอบเล่นสนุก ชอบผูกมิตรกับสมาชิกในครอบครัวและสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ดังนั้นหากปล่อยให้เค้าต้องอยู่ตามลำพังเป็นเวลานานจนเกินไปอาจทำให้เค้า เกิดความเครียดและนำไปสู่พฤติกรรมอันไม่พึงประสงค์หลายๆ ประการ

มาตรฐานสายพันธุ์

นิสัย : ใจกล้า จงรักภักดี กระฉับกระเฉง กล้าตัดสินใจ ตื่นตัว ขี้สงสัย สุภาพอ่อนโยน รักความสะอาด เข้ากับผู้อื่นได้ง่าย ชอบเข้าสังคม บ้านที่มีเด็กก็สามารถเลี้ยงเค้าไว้เป็นเพื่อนเล่นกับเด็กๆ ได้

ขนาด : สูง 33-40 เซนติเมตร น้ำหนัก 8-14 กิโลกรัม

ศีรษะ : กะโหลกค่อนข้างยาว ท้ายทอยเป็นรูปโดม หน้าผากกว้างและเต็ม จมูกยาวปานกลาง ส่วนปลายจมูกเห็นชัดเจน

ฟัน : ฟันแข็งแรง สีขาว สบกันพอดี

ตา : ดวงตากลมใหญ่ สายตานุ่มนวล แต่แววตาแสดงออกถึงความกระตือรือร้น ดวงตามีสีน้ำตาลหรือสีน้ำตาลแดง

หู : หูอยู่ต่ำเล็กน้อย ชิดกับหัว ขอบหน้าของใบหูชิดกับแก้ม หูมีความยาวมากถ้าจับกางออก ใบหูบาง ขนาดค่อนข้างกว้างและกลม หูไม่ตั้ง

คอ : ลำคอยาวปานกลาง แข็งแรง ไม่ควรมีรอยย่นของผิวหนัง (อาจมีบ้างเล็กน้อยในตำแหน่งด้านล่างตรงมุมของกราม ซึ่งลักษณะเช่นนี้ยังยอมรับได้)

ลำตัว : ลำตัวสะอาด เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ เส้นโค้งของไหล่จะทำให้การเดินและท่าทางของบีเกิลเต็มไปด้วยความแข็งแรง ดูไม่หนาเทอะทะ

ขาหน้า : ขาตรง เต็มไปด้วยกระดูกซึ่งเป็นลักษณะของกลุ่มสุนัขล่าสัตว์ ข้อเท้าสั้นและแข็งแรง

ขาหลัง : เข่าแข็งแรง ลาดลงพอดี ข้อเท้าสมดุลและแบะออกปานกลาง

เท้า : เท้ากลมได้รูป หุบแน่น อุ้งเท้าแข็งและเต็ม

หาง : หางอยู่ตำแหน่งปานกลาง ปลายหางโค้งขึ้นเล็กน้อย แต่ไม่ไปด้านหน้ามากนัก หางมีขนเป็นพวง ลักษณะที่บกพร่องคือขนหางยาวเกินไป หางยาว โค้งไปทางด้านหน้ามาก หรือหางไม่มีขน

ขน : ขนแน่น สั้น และแข็ง

สีขน : มี 3 สีร่วมกันโดยไม่มีสีใดเด่น

เครดิต:หนังสือDogazine

ภาพจาก kapook

ต้นกำเนิดน้องหมาพันธุ์ ชิสุห์ (Shih Tzu)

บรรพบุรุษของน้องหมาชิสุห์ ค่อนข้างจะไม่ค่อยชัดเจนเท่าไหร่นัก แต่ก็อาจเป็นไปได้ว่าน้องหมาชิสุห์ มีต้นกำเนิดจากทิเบต เนื่องจากตามประวัติศาสตร์ของชาวทิเบตถือว่า สิงห์โตเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อทางศาสนา พระชาวทิเบต (Lama) จึงได้ผสมน้องหมาพันธุ์เล็กขึ้นมา ให้มีลักษณะคล้ายคลึงกับสิงห์โต (Lion Dog) ชิสุห์ (ซึ่งแปลว่าสิงโต) จึงได้ชื่อว่าเป็นน้องหมาที่เก่าแก่และตัวเล็กที่สุดในบรรดาน้องหมาศักดิ์สิทธิ์ (Holy Dog) และมีลักษณะบางอย่างคล้ายกับน้องหมาพันธุ์อื่นๆ ของชาวทิเบตตามประวัติศาสตร์อันยาวนานและรุ่งโรจน์ในประเทศจีนนั้น พระนางซูสีไทเฮาพยายามรักษาสายพันธุ์ชิสุห์ไว้ ซึ่งคอกน้องหมาปั๊ก,ปักกิ่งและชิสุห์ ของพระนางฯ เป็นที่รู้จักและมีชื่อเสียงทั่วโลก พระนางทรงดูแลเอาใจใส่น้องหมาในคอกเป็นอย่างดีในตลอดช่วงเวลาที่พระนางมีชีวิต อยู่ ถึงกระนั้น ชิสุห์ก็ถูกลักลอบนำออกไปโดยขันทีในราชสำนัก ขันทีได้แอบผสมพันธุ์ข้ามสายพันธุ์เพื่อต้องการลดขนาดของน้องหมาให้เล็กลง หลังจากพระนางชูสีไทเฮาสิ้นพระชมน์ในปี ค.ศ.1908 น้องหมาก็ค่อยๆ กระจัดกระจายหายไป การผสมพันธุ์ก็เป็นไปแบบตามอำเภอใจ แต่ก็ยังมีผู้ที่ยังคงผสมพันธุ์เพื่อรักษาสายพันธุ์ไว้อยู่ และหลังจากที่มีการปฏิวัติคอมมิวนิสต์ น้องหมาในพระราชวังก็สูญพันธุ์ไปเนื่องจากมีการทำลายล้างพระราชวัง

ชิสุห์ (Shih Tzu)
น้องหมาในกลุ่ม Toy Group

น้องหมาพันธุ์เล็กยอดนิยมอย่างชิสุห์ (Shih Tzu) คงทำให้คนรักสัตว์หายเหงากันมาไม่น้อย ยิ่งคนที่มีพื้นที่อาศัยอย่างคอนโด หรืออพาร์ตเม้นท์ซึ่งมีที่อยู่อาศัยที่เล็กลง น้องหมาชิสุห์จึงถูกหมายตาให้เป็นสมาชิก 4 ขาในบ้านเป็นอันดับต้นๆ ทีเดียว ชิสุห์เป็นน้องหมาขนาดเล็ก แต่มีความทรหดอดทนสูง แข็งแรง สร้างเสน่ห์ให้เจ้าของหลงรักได้ไม่เว้นวัน   ชิสุห์ มีอุปนิสัย ร่าเริง ตื่นตัว ฉลาด ขี้เล่น เป็นตัวของตัวเอง กล้าหาญ เป็นเพื่อนที่ดี รักเจ้าของ จงรักภัคดีต่อเจ้าของ ช่างประจบ รักความสะอาด เป็นมิตรกับทุกคนหากถูกฝึกให้เข้าสังคมอย่างเพียงพอ สามารถเข้าสังคมกับน้องหมาพันธุ์อื่นๆ ได้ ปรับตัวได้ดีชอบที่จะมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆ กับเจ้าของ ในทุกเรื่อง ไม่ชอบถูกทิ้งไว้ในบ้าน

ศรีษะ ต้องกลมโต
กะโหลก กว้างอย่างสมดุล สีกลางหน้าผากจะต้องขาวเด่น
หน้า สั้น หน้าผากถึงจมูก ต้นไม่ยาวเกิน 1 นิ้ว
ตา ตาทั้งสองข้างอยู่ห่างจากกัน สมดุลกัน ดวงตากลมโตสีดำไม่โปน นัยน์ตาแสดงความเป็นมิตรไม่ดุร้าย
จมูก กว้าง สีดำ ดั้งจมูกมีมุมหักชัดเจน
ปาก มีขนาดสั้น ปากไม่แหลม ไม่มีรอยย่นของผิวหนังรอบปาก
ฟัน ต้องขบสนิท เรียบ ฟันล่างขบฟันบนเล็กน้อย ขบแบบเสมอ หรือ UNDERSHOT เล็กน้อย อย่าให้ฟันบนเกยฟันล่าง
คาง ไม่ยื่น
ใบหู ปลายหูจะมีสีดำ ต้องยาวกว้างและห้อยลง โคนหูจะอยู่ต่ำกว่าศีรษะส่วนบนเล็กน้อย ขนที่หูหนามาก
คอ ตั้งตรงยาว ได้สัดส่วนกับลำตัว เชิด ดูสง่างาม
ขน มีขนสองชั้น ขนชั้นในดก หนา ขนชั้นนอกยาวและแน่น ไม่หยิกเป็นลอน ขนบนศีรษะนิยมมัดเป็นจุก
สีขน เป็นสีผสมกันของสีดำ น้ำตาล ขาว มีสีขาวเป็นสีพื้น สีใช้ได้ทุกสี สีจะต้องไม่แซมกัน สีต้องเป็นกลุ่มชัดเจน ท้ายทอยขาว
ลำตัว ต้องมีความยาวของลำตัวมากกว่าความสูงเล็กน้อย ลำตัวบึกบึน กระชับ
อก กว้างและลึก ไหล่ดูมั่นคงแข็งแรง แผ่นหลังตรงได้สัดส่วน
ขาหน้า ขาตรง สั้น กระดูกขาใหญ่ เท้าใหญ่และแข็งแรง ตั้งห่างกันในระยะที่เหมาะสม ข้อศอกใต้อกชิดติดลำตัว มีขนาดสั้น
ขาหลัง ขาสั้น ขาหลังมีกระดูกใหญ่ เมื่อดูจากด้านหลังจะมีลักษณะตรง มีกล้ามเนื้อ โคนขาอวบกลม ขนขาดกหนา
ท่าเดิน นิ่มนวล สวยงาม ควรเดินเป็นเส้นตรงในระดับความเร็วที่เหมาะสม ขาหน้าควรก้าวตรงไปข้างหน้า ไม่แกว่งเข้าแกว่งออก
เท้า ขนาดกำลังพอดี มั่นคง ใต้นิ้วเท้าหนา นิ้วติ่งที่อยู่ด้านหลัง มักนิยมตัดออก ส่วนนิ้วติ่งขาหน้าจะตัดออกหรือไม่ก็ได้
หาง มีขนขึ้นเป็นพวงสวยงามม้วนพาดกลางหลัง ตั้งตรงและแกว่งไกว โคนหางค่อนข้างสูง มีขนยาว ปลายหางต้องมีสีขาว
ขนาด เป็นน้องหมาที่มีขนาดเล็ก
น้ำหนัก 4.5 – 7.5 กก. (10 – 16 ปอนด์)
ส่วนสูง 25 – 27 ซม. (10 – 11 นิ้ว)
อายุเฉลี่ย 12 – 14 ปี
การเดิน – วิ่ง มีความสง่างาม ขณะก้าวขาเหยียดตรง คอเชิด เส้นหลังตรง หางพาดอยู่บนหลัง
การดูแล ต้องการความรักและเอาใจใส่มาก ควรเลี้ยงไว้ในห้องที่มีอากาศเย็น ต้องแปรงขนทุกวัน

เครดิต:หนังสือDogazine

ภาพจาก kapook