Tag-Archive for » กรง «

ช่วงวันหยุดยาวๆนี้…ฝากน้องหมาเราไว้กับใครดีตอนจบ

สวัสดีค่ะวันนี้เรามาต่อจากเรื่องเมื่อวานที่คุยกันไปก่อนหน้าเพราะเมื่อเราหาสถานที่รับฝากได้แล้วเราควรเตรียมอะไรไปให้น้องหมาบ้าง

เตรียมไว้ให้คนรับฝาก

1.อาหาร ขนม

ควรจะเตรียมของเราไปเองนะค่ะ เพราะถ้าไปหาเอาข้างหน้า แล้วมีการเปลี่ยนอาหารทันทีทันใด น้องหมาของเราอาจไม่กิน หรืออาจจะเกิดภาวะท้องเสียได้

2.ของเล่น ของใช้ส่วนตัว

เช่น ชามน้ำ ชามอาหาร ที่นอน เตรียมไปเองจะช่วยให้เขาคลายความวิตกกังวลได้ คลายเหงาได้มากค่ะ

3.ยาประจำตัว

อาจเป็นยาที่กินประจำของน้องหมา ก็ควรเอาไปให้เขาด้วยค่ะ

4.เบอร์โทรศัพท์ของเรา

ถ้ามีหลายเบอร์ เช่น เบอร์คนอื่นที่เดินทางไปด้วยกัน ก็ขออนุญาตเจ้าของเบอร์ให้ไว้กับคนที่เราฝากอย่างน้อย 2 เบอร์ค่ะ เผื่อโทรเบอร์ เราไม่ติด ก็จะได้มีช่องทางอื่นติดต่อได้

5.เบอร์โทรศัพท์ หรือ แผนที่คลินิกที่เราฝากเลี้ยง

หรือโรงพยาบาลที่ดูแลน้องหมา หรือสถานพยาบาล สัตว์ใกล้กับสถานที่รับฝาก กรณีที่ป่วยหรือมีเหตุฉุกเฉิน จะได้พาไปรักษาได้ทันท่วงที

6.บอกลักษณะนิสัยความชอบหรือไม่ชอบของน้องหมาเรา

ลักษณะเฉพาะตัวของเขาไว้ให้สถานที่รับฝากทราบด้วยค่ะ เพื่อความสะดวกในการดูแล หรือถ้ามีโรคประจำตัวอยู่ก่อนก็ควรแจ้งให้เขาทราบจะได้เพิ่มความระมัดระวังในเรื่องนั้นๆค่ะ

เตรียมตัวน้องหมา

1.เตรียมสุขภาพกาย

ฉีดวัคซีนประจำปีให้เรียบร้อย ถ่ายพยาธิ กำจัดและป้องกันเห็บหมัด เพื่อที่จะได้ไม่เอาไปฝากน้องหมาตัวอื่นๆ  และที่สำคัญก็จะได้ไม่มีของฝากกลับมาอีกด้วย อย่าลืมอาบน้ำ ทำความสะอาดร่างกายไปให้เรียบร้อยนะค่ะ ถ้าน้องหมาตัวเหม็นๆ คงไม่มีใครเต็มใจรรับฝากแน่นอนค่ะ

2.เตรียมสุขภาพจิต

ควรจะฝึกให้น้องหมาของเราอยู่ในสถานที่จำกัด เช่น คอก หรือกรงมาก่อน อย่างน้อยก็เวลานอนนะค่ะ เพราะถ้าเราเอาเขาไปฝากเลี้ยง คงเป็นไปไม่ได้ที่จะเอาน้องหมาหลายๆตัวที่ไม่ได้อยู่ด้วยกันมาก่อน มาเลี้ยงรวมกันในห้องเดียวกัน ต้องมีการแยกเป็นสัดส่วน อาจจะเป็นคอกหรือกรงขึ้นอยู่กับแต่ละที่ ความเครียดจากการเปลี่ยนสถานที่ไม่มีคนที่รู้จักนั้นก็มากพออยู่แล้ว การถูกจำกัดบริเวญโดยที่ไม่คุ้นเคยมาก่อน ก็อาจเป็นการไปเพิ่มความเครียดให้เขามากยิ่งขึ้น ดังนั้นการเลี้ยงให้เขาอยู่หรือนอนเป็นที่เป็นทาง อยู่เป็นสัดส่วนมาก่อน ก็จะได้ประโยชน์เผื่อแผ่มาถึงตอนนี้ด้วยค่ะ

อีกเรื่องที่อยากจะฝากไว้ค่ะ ถ้าชอบที่จะพาเขาไปไหนมาไหนด้วย ก็พยายามรักษากฎระเบียบ ความสะอาดของสถานที่นั้น ถ้าเราไปทำความลำบากใจ ลำบากกายให้เขามากไป ต่อไปเขาก็อาจจะไม่อนุญาตให้นำน้องหมาเข้าไปอีกเลย หรือถ้านำไปฝากเลี้ยงก็เช่นกัน ควรเตรียมตัวน้องหมาของเราก่อนด้วย เพราะอยู่กับเราเขาก็คงสุขกาย สบายใจดี แต่ถ้าไปอยู่กับคนอื่น โดยเฉพาะถ้าไม่คุ้นเคยเขาจะวิตกกังวล ไม่กินอาหาร เศร้าซึม บางตัวอาจกัดทำลายข้าวของ เห่าหอน คนรับฝากเขาก็คงไม่สบายใจที่เห็นน้องหมากินไม่ได้ นอนไม่หลับ นึกถึงใจเขาใจเรานะค่ะ เราอยากได้คนเลี้ยงสถานที่รับฝากดีๆ เราก็ต้องเตรียมทำในส่วนของเราให้ดีด้วย ไปฝากกับใครเขาก็เต็มใจรับฝาก คราวนี้จะไปเที่ยวไหน พักผ่อนก็สบายใจไร้กังวลค่ะ  จริงๆแล้ว การเตรียมตัว เตรียมสิ่งต่างๆ ที่ว่ามาทั้งหมด เชื่อว่าไม่ยากเกินกว่าที่ทุกๆคนจะทำได้ค่ะ บางคนอาจกังวลมากหน่อยก็อาจจะละเอียดพิถีพิถัน ก็เป็นเรื่องธรรมดา แต่สิ่งที่เราต้องข้ามมันไปให้ได้ และอาจยากลำบากสำหรับใครหลายๆคน ก็คือ “การเรียนรู้ที่จะไว้ใจคนอื่นให้เป็น” นั้นเองค่ะ

เทคนิคการดูแลสัตว์เลี้ยงให้ปลอดภัยในงานปาร์ตี้ ตอนแรก

การจัดงานเลี้ยงที่บ้านหรืองานปาร์ตี้นั้นมีได้ในหลายโอกาส เช่น งานเลี้ยงปีใหม่ งานวันเกิด งานขึ้นบ้านใหม่ งานทำบุญบ้าน งานหมั้น งานแต่งและในระหว่างที่พวกเรานั้นกำลังสนุกอยู่กับงานเลี้ยงนั้น มีแขกไม่ได้รับเชิญกลุ่มหนึ่งที่เรามักลืม และไม่ได้ดูแลเอาใจใส่นั้นคือ น้องหมาของเรานั้นเอง ซึ่งอาจจะเกิดอันตรายจากงานปาร์ตี้ได้โดยไม่ระวัง ดังนั้นเรามีวิธีป้องกันดูแลน้องหมาให้ปลอดภัยในงานปาร์ตี้ ซึ่งจะช่วยให้งานปาร์ตี้ผ่านไปอย่างปลอดภัยไร้กังวลสำหรับงานเลี้ยงของเรา

1.เก็บน้องหมาเข้ากรงก่อนแขกเริ่มมางาน

เราควรจับน้องหมาใส่กรงให้เรียบร้อยก่อนที่แขกจะมางาน เพราะเมื่อมีแขกมางานก็จะต้องมีการเปิดประตูรับแขก และต้องให้แขกนำรถเข้ามาจอด ซึ่งหากเราไม่นำน้องหมาไปเก็บให้เรียบร้อย ไม่เช่นนั้นน้องหมาของเราอาจฉวยโอกาสวิ่งหนีออกจากบ้านหรือโดนรถชนได้

2.ลดภาวะเครียดให้สัตว์เลี้ยง

เนื่องจากการจัดงานปาร์ตี้ มักมีการใช้ เครื่องเสียง เช่น ไมโครโฟน เปิดเพลง หรือมีวงดนตรี รวมถึงมีการจุดพลุไฟ ทำให้เกิดเสียงดังมากกว่าปกติ ซึ่งเสียงที่ดังมากกว่าปกตินั้น ก่อให้สัตว์เลี้ยงเกิดความเครียด ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการคลื่นไส้อาเจียนได้ ดังนั้น เราจึงควรหาที่สงบๆให้สัตว์เลี้ยงของเราไปอยู่ในช่วงที่มีงาน

3.เก็บอาหารในที่สูงเกินน้องหมาเอื้อมถึง

เราควรเก็บอาหารไว้ในที่สูงเกินน้องหมาจะเอื้อมถึง เพื่อป้องกันไม่ให้น้องหมาแอบกินได้ เนื่องจากอาหารคนบางชนิดเป็นพิษต่อน้องหมา ทำให้เกิดสภาวะเป็นพิษ ทำให้น้องหมาอาเจียน ท้องเสียได้ แม้กระทั่งเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ก็มีอันตรายต่อสัตว์ได้ หากน้องหมาได้รับไปในปริมาณสูง

4.เตือนแขกอย่าให้อาหารน้องหมา

เราควรแจ้งแขกที่มางานว่า อย่าพยายามเอาอาหารให้น้องหมากิน เพราะแขกบางท่านอาจนำอาหารที่ทานไม่หมดให้น้องหมาของเราซึ่งอาจทำให้เกิดปัญหาได้

5.เก็บช็อกโกแลตให้ห่างน้องหมา

สำหรับบรรดาช็อกโกแลตทั้งหลาย ควรเก็บช็อกโกแลตให้ห่างไกลจากน้องหมา เพราะช็อกโกแลตนั้นจัดเป็นพิษต่อร่างกายน้องหมาได้ หากได้รับน้อยๆ ก็จะทำให้ท้องเสียอาเจียน แต่ถ้ารับไปในปริมาณมาก จะทำให้หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ มีผลต่อระบบประสาท และอาจถึงตายได้

เรียนรู้ตัวเอง ก่อนเอาน้องหมามาเลี้ยง ตอนที่3

ข้อมูลเพื่อบ่งชี้ ความพร้อมในการเลี้ยงน้องหมา

สถานภาพทางการเงิน

ข้อมูลที่ท่านกำลังอ่านต่อไปนี้ ประเมินจากน้องหมาขนาด 10 กิโลกรัม นั้นหมายความว่าหากน้องหมาที่ท่านต้องการเลี้ยงเมื่อโตเต็มที่เป็นพันธุ์ที่มีน้ำหนักมาก เช่น พันธุ์โกลเดน รีทรีฟเวอร์ ขนาด 35 กิโลกรัม ก็อนุโลมคร่าวๆ ให้เอา 3.5 ของที่คำนวณได้จากข้างล่างนี้ คูณเข้าไป ยกเว้นเรื่องราคาวัคซีน ท่านก็จะได้ค่าใช้จ่ายที่เกือบจริง

~ น้องหมาจำเป็นต้องได้รับการฉีดวัคซีนกระตุ้นหลายเข็มในขวบปีแรก และมีการฉีดซ้ำในปีละ 1 ครั้ง ค่าใช้จ่ายเบ็ดเสร็จอยู่ที่ประมาณ 1,000 บาทในขวบปีแรก และประมาณ 350 บาท เป็นประจำทุกปี

~ น้องหมาจำเป็นต้องได้รับยาป้องกันพยาธิหนอนหัวใจ กำจัดเห็บหมัด ทุกๆ 1- 2 เดือน กรณีที่เป็นยาฉีดตามสถานพยาบาลสัตว์ ค่าใช้จ่ายอยู่ที่ประมาณเข็มละ 100-200 บาท โดยจำเป็นต้องมีการฉีดไปตลอดชีวิต

~ น้องหมาอาจจำเป็นต้องจำกัดอยู่ในสถานที่หนึ่ง ได้แก่ คอก กรง ราคาคอกไม่สูงมากนักขึ้นกับวัสดุที่ใช้กั้นแต่กันยุงไม่ได้ ส่วนกรงธรรมดา+มุ้งที่ครอบกรงขนาดพอนอน ราคาประมาณ 900 บาท และกรงเหล็กหนาติดมุ้งลวดยกพื้นสูงขนาดพอนอน ราคาอยู่ที่ประมาณ 3,500-4,500 บาท

~ น้องหมาที่เลี้ยงด้วยอาหารเม็ดสำหรับน้องหมา เมื่อเทียบจากราคาอาหารตามท้องตลาดแล้ว(ไม่ใช่เกรดพรีเมียม) ค่าใช้จ่ายอาหารอยู่ที่เดือนละ 200-500 บาท

~ น้องหมาก็เหมือนกับมนุษย์ซึ่งยิอมมีการเจ็บป่วย เงินสำรองในการรักษาน้องหมาเฉลี่ยประมาณ 1,2000 บาทต่อปี (คิดเฉลี่ยจากสถิติ ซึ่งค่าใช้จ่ายจริงอาจไม่มีหรืออาจสูงกว่านี้ก็ได้)

~ น้องหมาพันธุ์ขนยาว จำเป็นต้องมีการอาบน้ำ ตัดแต่งขน โดยจากสถิติ ตัดแต่งขนต้องทำทุก 4-5 เดือน ค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 250-350 บาทต่อครั้ง ส่วนการอาบน้ำอาบอาทิตย์ละครั้ง ครั้งหนี่งอยู่ที่ประมาณ 150-250 บาทต่อครั้งขึ้นอยู่กับความยาวของขน

~ น้องหมาอาจจำเป็นต้องถูกนำไปฝากเลี้ยง เพราะเจ้าของอาจมีธุระไปสถานที่อื่น ไม่มีคนให้อาหารและเลี้ยงน้องหมา จากสถิติพบว่ามักมีการฝากปีละ 2 ครั้ง โดยจำนวนการฝากมักไม่แน่นอน โดยเฉลี่ยค่าใช้จ่ายอยูที่คืนละ 150-600 บาทต่อตัว ขึ้นกับว้เป็นห้องพัดลมห้องแคบหรือห้องกว้างติดแอร์

~ น้องหมาเพศเมียจำเป็นต้องคุมกำเนิด กรณีฉีดยาคุมกำเนิดทุกๆ 5-6 เดือน ค่าใช้จ่ายครั้งละ 100-600 บาท ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับชนิดของยาที่ใช้ ยาที่มีความปลอดภัยสูงราคามักจะสูงตามไปด้วย

~ น้องหมาจำเป็นต้องคุมกำเนิด กรณีผ่าตัดทำหมันในเพศเมีย เบ็ดเสร็จค่าใช้จ่ายอยู่ที่ประมาณ 1,800-2,500 บาท ส่วนกรณีผ่าตัดตอนในเพศผู้ เบ็ดเสร็จค่าใช้จ่ายอยู่ที่ประมาณ 750-1,200 บาท

ภาระต่อตัวท่านและสังคม

เรื่องอึและฉี่น้องหมา : หากท่านยังไม่เคยเลี้ยงน้องหมา  คงต้องยกเรื่องนี้ให้เป็นอันดับที่หนี่งเลย ไม่ว่าท่านจะออกแบบให้เขาขับถ่ายให้เป็นที่เป็นทางหรือพร่ำเพรื่อ ท่านก็ต้องเป็นคนเก็บกวาดอยู่ดี หากมีแม่บ้านคอยเกบกวาดให้ก็แล้วกันไป แต่ท่านอย่าไปเหยียบเข้าก่อนก็แล้วกันอิๆ แต่ถ้าจะคิดปล่อยให้ไปขับถ่ายนอกบ้าน(แต่เป็นหน้าบ้านคนอื่นละ) ระวังเถอะว่า สังคมจะประณาม นั่นยังไม่เท่าไร ที่เอาปืนยิงกันก็มีถมไป บางทีวิญญาณจีจ้าจาพนมมาสิงกันก็เห็นอยู่บ่อยๆ แต่เรื่องนี้แก้ง่ายมากหากท่านเป็นคนมีความรับผิดชอบ รวมถึงการเปลี่ยนทัศนคติที่ตัวท่านเอง เช่น อย่างตัวหมอเองก็เคยรังเกียจอึน้องหมาที่ตัวเองเลี้ยงไว้หรือในคลีนิคเหมือนกัน แต่วันที่ไม่ได้กลิ่นอึน้องหมานี่ก็ใจไม่ดี เพราะแสดงว่าไม่ค่อยมีลูกค้าเข้าร้าน ในส่วนลูกค้าก็เบื่อเก็บกวาดอึน้องหมาเหมือนกันก็แนะนำว่าให้ปลูกต้นมะม่วงที่บ้าน  แล้วขุดดินโคนต้นไว้กลบอึน้องหมา ให้ทำไปเรื่อยๆ เพราะมะม่วงจะออกลูกดกเป็นพิเศษ เราเรียกว่ามะม่วงรีไซเคิล(จากอึน้องหมา) ประหยัดตังค์โดยมะต้องซื้อปุ๋ย

ขอจบตอนที่สามไว้เท่านี้ก่อนนะค่ะ เพราะต้องไปดูแลคลินิกรักษาน้องหมาก่อนค่ะ