พยาธิหนอนหัวใจ (Heartworm)
สาเหตุ
เกิดจากการติดพยาธิ ที่ชื่อว่า Dirofilaria immitis
การติดต่อ
พยาธิหนอนหัวใจติดต่อได้จากยุงที่กัดน้องหมาป่วย และแพร่เชื้อสู่น้องหมาปกติ โดยพยาธิชนิดนี้สามารถเข้าไปสู่หัวใจของน้องหมาได้ตั้งแต่อายุน้อยๆ (ประมาณ 4-6 เดือน) และเป็นต้นเหตุของปัญหาสุขภาพร้ายแรงคือ ก่อให้เกิดหัวใจล้มเหลวและเสียชีวิตในน้องหมาที่ไม่ได้ป้องกันโรคนี้ Readmore..
Share on Facebook
สวัสดีค่ะ วันนี้จะขอกล่าวถึงโรคภัยจากสัตว์เลี้ยงที่สามารถติดสู่คนได้นั้น ก็ได้แก่ โรคพยาธิลำไส้เช่น พยาธิไส้เดือน พยาธิปากขอ พยาธิตัวตืดเม็ดแตงกวา โรคติดเชื้อโปรโตชัว โรคท้องร่วงจากเชื้อแบคทีเรีย ค่ะ แต่ไม่ต้องกลัวไปค่ะ วันนี้จะมาว่ากันด้วยเรื่องการป้องกัน ด้วย 5 ข้อสุขอนามัยสู้ภัยโรคจากสัตว์ ดังนี้ค่ะ
สุขอนามัยที่1 ล้างมือทุกครั้งหลังสัมผัสสัตว์เลี้ยง
เมื่อเราไปเล่นกับสัตว์เลี้ยงของเราทุกชนิด ตั้งแต่น้องหมา น้องแมว น้องหนู น้องกระต่าย หรือไปสัมผัสตัวพวกเขา เช่นลูบไล้หรือจับต้องเนื้อตัวเป็นต้น เมื่อแล้วเสร็จภารกิจ ก็ต้องล้างมือของเราให้สะอาดทุกครั้ง
สุขอนามัยที่2 ห้ามจุมพิตสัตว์เลี้ยงเด็ดขาด
ไม่ว่าจะรักน้องหมาน้องแมวแค่ไหน ก็ห้ามจูบสัตว์เลี้ยงเด็ดขาด โดยเฉพาะเด็กๆต้องห้ามหอมแก้วน้องหมา น้องแมวโดยเฉพาะอย่างยิ่งการจูบปากสัตว์เลี้ยงต้องงดเด็ดขาด และควรสอนน้องหนูไม่ให้กินของที่ตกพื้นโดยเด็ดขาดด้วย
สุขอนามัยที่3 เก็บกวาดขี้ทุกวี่วัน
ขี้หมาขี้แมวถือเป็นแหล่งแพร่เชื้อที่สำคัญ เพราะในขี้หมาขี้แมวนั้นดุดมไปด้วยไข่พยาธิ และเชื้อโรคเช่นเชื้อโปรโตชัว และเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้ท้องเสียมากมาย ดังนั้น เราจึงจำเป็นต้องเกบกวาดขี้หมาขี้แมวทุกวัน ทั้งเช้า และเย็น โดยเฉพาะบริเวณที่นั่งเด็กๆ และสัตว์เลี้ยงใช้ร่วมกันหรือ บริเวณอเนกประสงค์ที่เด็กเล่นได้ น้องหมาเล่นได้และควรเช็ดถูทำความสะอาดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อด้วยทุกครั้ง
สุขอนามัยที่4 เก็บส้วมน้องแมวให้มิดชิด
สำหรับคนเลี้ยงน้องแมวที่นิยมใช้ทรายแมว วิทยาศาสตร์มาทำเป็นส้วมแมว ก็จำเป็นต้องเก็บภาชนะที่ใส่ทรายแมวหรือกะบะทรายแมวให้มิดชิดห่างจากมือเด็ก เพื่อป้องกันการติดเชื้อปนเปื้อนจากแมลงวันตอม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้หญิงท้องไม่ควรสัมผัสถูกกะบะทรายแมวโดยไม่จำเป็น เพราะอาจติดเชื้อพยาธิท๊อกโซพลาสโมซิลทำให้เกิดการแท้งลูกได้ หากจำเป็นจริงๆควรสวมถุงมือและล้างมือให้สะอาดทันทีทุกครั้งหลังเสร็จกิจ
สุขอนามัยที่5 ถ่ายพยาธิสัตว์เลี้ยงเป็นประจำทุก 3 เดือน
เราควรถ่ายพยาธิลำไส้ของน้องหมาและน้องแมว เป็นประจำทุก 3 เดือน หรือไตรมาสละหน ซึ่งราคายาถ่ายพยานั้น ก็ไม่แพงตกประมาณตัวละ 40-50 บาท ซึ่งจะต้องถ่ายให้กับน้องหมาและน้องแมวทุกตัวที่เลี้ยงไว้ ไม่ใช่เลือกที่รักมักที่ชัง เพราะไม่อย่างนั้นจะติดกลับไปกลับมาได้อีก ปัจจุบันมียาป้องกันพยาธิหนอนหัวใจ ชนิดกินเดือนละครั้ง ซึ่งยาพยาธิหนอนหัวใจนี้ส่วนใหญ่จะช่วยป้องกันพยาธิหนอนหัวใจได้ด้วยเท่ากับว่าถ้ากินยาป้องกันพยาธิลำไส้ไปในตัว ดังนั้นหากจะใช้ยาป้องกันพยาธิหนอนหัวใจชนิดกินก็ขอให้เลือกชนิดที่ถ่ายพยาธิลำไส้ได้ด้วยค่ะ
สำหรับท่านที่นิยมการนำน้องหมาไปฉีดยาป้องกันพยาธิหนอนหัวใจตามคลินิกหรือโรงพยาบาลสัตว์ ก็สบายใจเรื่องพยาธิลำไส้ได้เลยค่ะ เพราะยาฉีดป้องกันพยาหนอนหัวใจที่สัตวแพทย์ฉีดให้นั้นมีฤทธิ์ถ่ายพยาธิได้ในตัวอยู่แล้วค่ะ ไม่ต้องกินยาถ่ายพยาธิอีกค่ะ
Share on Facebook

3.การกำจัดพยาธิภายในร่างกายน้องหมา
พยาธิภายในร่างกายของน้องหมา ได้แก่ พยาธิตัวกลมและตัวแบนต่างๆในลำไส้ ที่ออกมาพร้อมอุจจาระของน้องหมาในเวลาขับถ่าย การที่น้องหมาพันธุ์นี้ค่อนข้างซนและชอบขุดดิน จึงมีโอกาสได้รับไข่พยาธิจากดิน สิ่งแวดล้อม และอาหารที่ไม่ถูกสุขลักษณะต่างๆได้ง่าย ถ้ามีพยาธิในปริมาณน้อยก็อาจไม่สร้างปัญหาใดๆให้เห็นได้ชัด แต่ถ้ามีในปริมาณที่มาก อาจทำให้น้องหมาขาดสารอาหาร ลำไส้ผิดปกติ และมีอาการท้องเสียได้ การถ่ายพยาธิภายในจึงจำเป็นที่จะต้องทำอย่างสม่ำเสมอทุกๆ 3- 6 เดือน พยาธิภายในร่างกายอีกอย่างหนึ่งที่สำคัญก็คือ พยาธิหนอนหัวใจ ซึ่งน้องหมาได้รับผ่านทางยุง โดยตัวอ่อนของพยาธิหนอนหัวใจจะเข้าสู่ร่างกายน้องหมาที่ถูกยุงกัด ล่องลอยไปในกระแสเลือดทั่วร่างกาย และเมื่อโตขึ้นก็จะไปอาศัยอยู่ในหัวใจ เกิดการอุดตันของเส้นเลือดและทำให้เกิดปัญหาโรคหัวใจตามมา จึงจำเป็นต้องป้องกันอย่างสม่ำเสมอโดย การกิน ฉีดยา หรือหยอดยาเพื่อฆ่าตัวอ่อนไม่ให้สามารถเจริญเติบโตไปเป็นตัวเต็มวัยได้
4.อาหาร
เนื่องจากน้องหมาพันธุ์นี้จะออกแนวซุกซน ไฮเปอร์ และชอบการออกกำลังกาย จึงควรได้กินอาหารเช้าก่อนที่จะปล่อยออกไปวิ่งเล่นเพื่อป้องกันการเกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ ปริมาณอาหารที่จะต้องให้น้องหมากินนั้นแตกต่างไปตามอายุน้องหมา การออกกำลังกาย ในน้องหมาบางรายที่ให้อาหารสำเร็จรูปซึ่งมีการคำนวณปริมาณสารอาหารที่เป็นส่วนประกอบมาแล้วส่วนใหญ่จะแนะนำให้ปรับปริมาณให้เหมาะสมตามที่ระบุไว้ข้างถุงอาหาร ส่วนน้องหมาที่กินอาหารของคนหรืออาหารที่เจ้าของปรุงรสเองมีแนวโน้มที่จะอ้วนได้ง่าย จึงควรควบคุณปริมาณอาหารและจำนวนมือให้เหมาะสมกับน้องหมาแต่ละตัว โดยควรมีการสับเปลี่ยนหมุนเวียนวัตถุดิบที่นำมาใช้ปรุงอาหารเพื่อให้น้องหมาได้รับสารอาหารเพียงพอและหลากหลาย โดยทั่วไปแล้วน้องหมาพันธุ์นี้ควรมีน้ำหนัก 6-10 กิโลกรัมน้องหมาที่รูปร่างกำลังดีจะต้องมีกล้ามเนื้อ เห็นเอวคอด และสามารถลูบสัมผัสโดนซี่โครงได้ ควรหลีกเลี่ยงการให้น้องหมากัดแทะกระดูกที่มีลักษณะแข็ง แหลมคม เช่นกระดูกไก่ เพราะอาจแตกออกเป็นชิ้นเล็กๆ ทำให้ติดคอหรือบาดผนังลำไส้ และน้องหมาบางตัวที่กินกระดูกเข้าไปปริมาณที่มากอาจเกิดภาวะท้องผูกได้ด้วย นอกจากนี้ไม่ควรเสริมอาหารพวกวิตามินให้แก่น้องหมามากจนเกินไป ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบไหน เพราะอาจทำให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับตับและไต การให้อาหารที่เหมาะสนนอกจากจะทำให้น้องหมามีสุขภาพดี แข็งแรงแล้วยังช่วยให้เจ้าของประหยัดทั้งค่าอาหาร และค่ารักษาพยาบาล เพราะปัญหาสุขภาพหลายอย่างมีต้นเหตุมาจากการกินอาหารที่ไม่เหมาะสม
เครดิต:หนังสือDogazine
Share on Facebook
Category: การดูแลสุขภาพน้องหมา
Tags: กระดูก, กล้ามเนื้อ, ฆ่าตัวอ่อน, ฉีดยา, ตัวอ่อน, น้ำหนัก, พยาธิตัวกลม, พยาธิตัวแบน, พยาธิหนอนหัวใจ, ยุง, ลำไส้, วิตามิน, หยอดยา, อาการท้องเสีย, อาหารสำเร็จรูป Leave a Comment